Edge Computing คืออะไร

Focused detail of a modern server rack with blue LED indicators in a data center.

Photo by panumas nikhomkhai on Pexels

Edge Computing คือแนวทางในการประมวลผลข้อมูลที่เน้นการทำให้การประมวลผลใกล้เคียงกับแหล่งข้อมูลมากที่สุด แทนที่จะส่งข้อมูลไปยังศูนย์ข้อมูลกลางขนาดใหญ่ (Centralized Data Center) ในเมืองหรือต่างประเทศ ดังนั้น Edge Computing จึงหมายถึงการประมวลผลข้อมูลที่ “ขอบ” ของเครือข่าย หรือใกล้กับอุปกรณ์ที่สร้างข้อมูลมากที่สุด ตัวอย่างเช่น หากเราใช้กล้องวงจรปิดในโรงงาน ข้อมูลจากกล้องจะถูกประมวลผลที่ Edge ซึ่งอาจเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ใกล้กล้องนั้นเอง

Edge Computing เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหลายอย่างของการประมวลผลข้อมูลแบบ Cloud Computing:

Cloud Computing คืออะไร

Cloud Computing คือการให้บริการคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ หรือข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต แทนที่จะติดตั้งซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอง บริการ Cloud สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท:

Cloud Computing เป็นที่นิยมอย่างมากเนื่องจากมีข้อดีหลายประการ:

Edge Computing ต่างจาก Cloud อย่างไร

Location และ Latency

Edge Computing ประมวลผลข้อมูลใกล้แหล่งข้อมูลมากกว่า Cloud ทำให้ Latency ต่ำกว่ามาก Latency คือเวลาที่ข้อมูลใช้ในการเดินทางจากอุปกรณ์ไปยัง Edge และกลับมา ข้อดีคือการทำให้การประมวลผลเร็วขึ้น ซึ่งสำคัญสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการความเร็วสูง เช่น ระบบ Autonomous Vehicles หรือ Robotics

Bandwidth และ Data Transfer

Edge Computing ช่วยลดปริมาณข้อมูลที่ต้องส่งไปยัง Cloud โดยการประมวลผลข้อมูลบางส่วนที่ Edge ก่อน ทำให้ Bandwidth ลดลง ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับสถานที่ที่มี Bandwidth จำกัด หรือสำหรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก

Security และ Compliance

Edge Computing ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล โดยการประมวลผลข้อมูลในที่ที่ปลอดภัยกว่า Cloud นอกจากนี้ Edge Computing ยังช่วยให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ง่ายขึ้น เช่น GDPR

Scalability และ Maintenance

Cloud Computing มีความยืดหยุ่นในการขยายตัวมากกว่า Edge Computing แต่ Edge Computing สามารถจัดการกับการทำงานแบบ Real-time ได้ดีกว่า Cloud

Use Cases ของ Edge Computing และ Cloud Computing

Edge Computing Use Cases

Cloud Computing Use Cases

สรุป

Edge Computing และ Cloud Computing มีความแตกต่างกันในด้าน Location, Latency, Bandwidth, Security, และ Scalability Edge Computing เหมาะสำหรับการประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time ที่ต้องการ Latency ต่ำ และการประหยัด Bandwidth ในขณะที่ Cloud Computing เหมาะสำหรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และใช้งาน Software ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการขยายตัว ผู้ใช้ควรเลือกใช้ Edge Computing หรือ Cloud Computing ขึ้นอยู่กับความต้องการและข้อจำกัดของแต่ละสถานการณ์